ศึกษาต่อต่างประเทศทุกระดับ ฟรีทุกขั้นตอน!

02 120 9646

094 512 6155

info@myadmissions.net

รีวิว Work and Study เรียนและทำงานที่แคนาดา
กับหลักสูตร CO-OP
จาก น้องดรีม

Updated 29. 04. 2021

5 min read

 

วันนี้พี่ ๆ Myadmissions จะมาแชร์ประสบการณ์ Work and Study ที่แคนาดาของน้องดรีม นักเรียนหลักสูตร CO-OP จาก ILSC Canada ให้น้อง ๆ ที่สนใจไปเรียนพร้อมทำงานที่แคนาดา ได้ฟังกันว่า Work and Study ที่แคนาดาเป็นยังไง

หลักสูตร CO-OP คืออะไร ? เหมือนกับ Diploma ไหม ? ไปทำงานได้ด้วยหรอ ? น้องดรีมจะมาเล่าให้ฟังค่ะ

 

Diploma พร้อมทำงาน คืออะไร

หลายคนอาจจะเคยได้ยินเรื่องการไปเรียน Diploma ในต่างประเทศ การไปเรียนระยะยาวอย่างการเรียน Diploma จะทำงานได้ก็ไม่เห็นแปลกนี่ ใครๆก็ไปเรียนระยะยาวแล้วทำงาน Part-time กันทั้งนั้น

 

ใช่ค่ะ การไปเรียนหลักสูตรอื่นก็สามารถที่จะเรียน และทำงาน ‘part-time’ ไปด้วยได้ แต่ก็จะเป็นการได้รับอนุญาตให้ทำงานแค่ 20 ชั่วโมง ไม่เกิน 23 ชั่วโมงเท่านั้น แต่ไม่ใช่กับ CO-OP Program

 

อ่านมาถึงตรงนี้ทุกคนคงจะเริ่ม เอ๊ะ ใช่ไหมคะว่า เจ้า CO-OP Program มันคืออะไร ต่างกับ Diploma ตรงไหน แล้ววิเศษกว่าชาวบ้านยังไง

 

ก่อนอื่นเลยดรีมต้องขอย้อนเล่าเท้าความก่อนว่าดรีมมารู้จักกับหลักสูตรนี้ได้ยังไง เนื่องจากว่า ในช่วงที่ดรีมเพิ่งเรียนจบและมีโอกาสได้ไปเรียนภาษาจากนิวซีแลนด์กลับมา (ด้วยความช่วยเหลือจากพี่ๆ Myadmissions แฮ่ๆ)

 

เป็นช่วงที่ดรีมมานั่งทบทวนว่า เราอยากทำอะไรต่อกันแน่ อยากเรียนต่อไหม? หรืออยากทำงานเลย? หรือยังดี ติดเกาะ(พ่อกิน)ต่อดีไหม… อันนี้ล้อเล่นค่ะซึ่งคำตอบที่เราให้ตัวเองได้ในตอนนั้นคือ อยากเรียนต่อนะ แต่ก็อยากทำงานด้วย… สุดท้ายก็คือ เลือกไม่ได้อ่ะ

 

เลยได้คุยๆ บ่นๆ กับเพื่อนต่างชาติคนนึงไป จนเพื่อนให้ไอเดียกลับมาว่ายูไม่ลองดู CO-OP Program ล่ะ น่าจะตรงกับความต้องการยูนะ

 

ซึ่งไอเดียนั้นมันว้าวมากกกกกกกก

 

หลังจากนั้นเราเลยได้ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมจนเจอว่าประเทศแคนาดามีไอเจ้า CO-OP Program นี่ เป็นหลักสูตรที่ต้องเรียน+ทำงานตามเกณฑ์ของหลักสูตร ถึงจะผ่านหลักสูตร ได้ใบ Certificationได้และการทำงานที่ว่าก็ไม่ใช่การทำงานพาร์ทไทม์ทั่วไป แต่เป็นการทำงานจริงๆ ที่ต้องเกี่ยวข้องกับหลักสูตรที่เราเรียน และสามารถได้เต็มเวลา Full Time และสามารถถือ Permit 2 ใบได้ ทั้ง Student และ Working Permit ซึ่งนั่นเป็นการรับรองว่าเราจะทำงานเต็มเวลาได้แบบถูกกฎหมายแน่นอน

 

เรารู้สึกว่าหลักสูตรนี้มันช่างเหมาะกับเราในตอนนั้นมากก ได้เรียน ได้วุฒิอีกใบ ได้ประสบการณ์ทำงาน แล้วก็ได้ใช้ภาษาอังกฤษแบบที่เราตั้งใจไว เลยไม่รอช้ารีบทักหาทาง Myadmissions ด้วยความที่ก่อนหน้าที่ได้ไปนิวซีแลนด์ก็ได้ความช่วยเหลือจากพี่ๆ ไว้เยอะมากทั้งก่อนไปและระหว่างใช้ชีวิตอยู่ที่นู่น เลยวางใจจะให้พี่ๆ ช่วยเหลืออีกครั้ง และพี่ๆ ก็ไม่เคยทำให้ผิดหวัง 

 

ตัวเราเลือกที่จะไปเรียนต่อด้าน Business Communication ที่ ILSC Greystone College เมือง Vancouver ประเทศแคนาดา ซึ่งระหว่างทำเรื่องสมัครเรียน ทำวีซ่า เรื่องจิปาถะอื่นๆ บลาๆ ที่ต้องขอออกตัวเลยว่า… ไม่ ง่าย เลยยยยยยยยยยยยยย

 

เป็นอีกครั้งที่ต้องขอกราบพี่ๆ หลายท่านใน Myadmissions มาก ตั้งแต่การเคี่ยวเข็ญช่วยติว IELTS ที่ต้องใช้ในการสมัครเรียน การเตรียมเอกสารสำคัญในการยื่นวีซ่า จนกระทั่งถึงวันไปยื่นเรื่องทำวีซ่า ยังช่วยเป็นธุระแว๊นเอาเอกสารที่ทางศูนย์ขอเพิ่มเติมมาให้ รวมไปถึงการแนะนำวัดเจ้าดังให้ไปบนไข่ 99 ฟอง (ฮ่าาา) จนทุกอย่างลุล่วงไปด้วยดี

 

จวบจนกระทั่ง ได้เดินทางไปถึงแคนาดาอย่างราบรื่น

 

ตัว ILSC Greystone College โรงเรียนที่เราเลือกมา เป็นโรงเรียนที่ตั้งอยู่ใน Downtown อยู่ใกล้ติดสถานีทั้ง Expo line และ Canada line แบบเดินแค่ 2-3 นาทีถึง ในโรงเรียนค่อนข้างมีเด็กหลากหลายชาติคละๆ กัน แต่ถือว่ามีเด็กไทยค่อนข้างน้อย

 

หลักสูตร

มาพูดถึงตัวหลักสูตรกันบ้างดีกว่า จากที่ดรีมได้เกริ่นๆไปในด้านบนว่า หลักสูตรนี้สามารถเรียนและทำงานได้ แต่ต้องขออธิบายเพิ่มเติมกันตรงนี้ว่าใน CO-OP Program จะแบ่งเป็น เรียนครึ่งนึง ทำงานครึ่งนึง เช่น ดรีมที่ลงเรียนหลักสูตร Business Communication มา 1 ปี ใน 6 เดือนแรกทางโรงเรียนจะเรียกว่าเรายังอยู่ใน Academic Part เป็น 6 เดือนที่เราต้องไปโรงเรียนตามปกติ ตั้งแต่จันทร์ถึงศุกร์ มีการเข้าห้อง มีการเช็คชื่อ มีการบ้าน มีรายงานที่ต้องทำต้องส่ง รวมถึง Project งานในแต่ละ Section ที่จะมีการ Present ใหญ่ในทุกๆ Section เรียกว่าเป็นชีวิตนักเรียนแบบ 100% 

 

แต่ใน 6 เดือนแรกที่เรายังต้องไปโรงเรียนอยู่ ทางโรงเรียน และ Student Permit จะอนุญาตให้เราทำงานพาร์ทไทม์ได้ ไม่เกิน 23 ชั่วโมง เหมือนนักเรียนทั่วไปๆ

 

เอ้า แล้วไหนตอนแรกบอกทำงานได้ Full time ไม่ใช่หรอ?

 

ใช่จ้า แต่ว่าการทำงาน Full time  จะอยู่ใน 6 เดือน หลังจากที่เราจบ Academic Part ซึ่ง เป็นการที่ก้าวเข้าสู่ CO-OP Part แบบเต็มตัว

 

ใน CO-OP Part เราไม่ต้องไปนั่งเรียนในโรงเรียนอีกต่อไป แต่ต้องเก็บชั่วโมงการทำงานที่ทางหลักสูตรกำหนดไว้ให้ครบก่อนจบหลักสูตร พูดให้เข้าใจง่ายๆก็คล้ายกับการฝึกงานเลยค่ะ คือเราต้องเขียนรายงานส่งที่ปรึกษาทุกเดือน หรือต้องเข้าไปที่โรงเรียนบ้างเป็นครั้งคราว เพื่ออัพเดตให้ทางอาจารย์ที่ปรึกษาฟังว่าชีวิตเป็นยังไงบ้าง โอเคกับงานที่ทำไหม งานที่ทำอยู่มีปัญหาอะไรรึเปล่า เพื่อที่ทางอาจารย์จะได้คอยติดตาม หรือช่วยเหลือเราได้ในกรณีที่มีปัญหาจากการทำงาน

 

แล้วงานที่ทำระหว่าง CO-OP จะเป็นงานอะไรก็ได้ไหม? แค่ทำให้ครบๆ จบๆ ไป…. คำตอบคือไม่ได้ค่ะ งานที่เราจะทำเพื่อให้จบหลักสูตรได้ ต้องเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับสาขาที่เราเรียนเท่านั้น ซึ่งก่อนที่เราจะเริ่มทำงานจริง เราต้องรายงานกับทางอาจารย์ที่ปรึกษาก่อนว่างานที่เรากำลังจะไปทำคืองานอะไร ทำที่ไหน ตำแหน่งอะไร ซึ่งอาจารย์ที่ปรึกษาจะคอยบอกว่าอันไหนได้ ไม่ได้อีกครั้ง

 

มาถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะมีคำถามขึ้นมาในใจว่า แล้วมันทำได้จริงหรอ การทำงานในแคนาดาเนี่ย

ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย เพราะดรีมเองก็เคยสงสัยเหมือนกัน 55+ จะทำได้จริงไหม ถ้าทำไม่ได้แล้วจะเรียนไม่จบรึเปล่า บวกกับทางที่บ้านเองก็เคยถามเราก่อนจะไปว่าคิดว่ามันง่ายหรอ คิดว่าเค้าจะรับคนต่างชาติทำงานรึไง

 

ค่ะ ไม่ง่ายเลย แต่ก็ไม่ได้ยากจนเกินความสามารถคนทั่วไปจะทำได้

 

พอเป็นงานที่ต้องเกี่ยวข้องกับหลักสูตร ต้องหาสถานที่ทำงานที่เข้าใจในหลักสูตร CO-OP และตรงกับความต้องการกับทางบริษัทของเค้า อะไรๆ ก็ดูไม่ง่ายเท่าไหร่ แต่ว่าทางโรงเรียนจะคอยจัดกิจกรรมที่คอยช่วยเหลืออยู่เรื่อยๆ อย่างการจัดงาน Job Fair ในนักเรียนในโรงเรียนได้มีโอกาสคุยกับบริษัท คอยอัปเดตว่ามีงาน Job Fair จัดที่ไหนบ้าง หรือมีบริษัทไหนที่กำลังรับสมัครในสาขาที่เกี่ยวข้องกับเรา

 

รวมไปถึงการสอนวิธีเขียน Resume ให้ตรงกับสไตล์ในแต่ละที่ การเขียน Cover letter ทริคการไปสัมภาษณ์ยังไงให้ได้งานใน Canada ซึ่งในโรงเรียนจะมีการจัด Mock interview ขึ้นเพื่อซ้อมสัมภาษณ์ก่อนที่เราจะออกไปสัมภาษณ์จริงๆด้วย

 

ซึ่งทั้งอาจารย์และบุคลากรในโรงเรียนจะคอยให้ความช่วยเหลือเราอยู่เสมอ โดยทริคที่ดีที่สุดในการหางานที่ทุกคนมักจะบอกเสมอๆ คือการสร้าง Connection ที่เราสามารถทำได้ตั้งแต่อยู่ช่วยเรียน Academic Part ขยันไปยื่น Resume ไว้ ขยันไป Job fair บ่อยๆ ให้เค้าคุ้นหน้าคุ้นตา หรือการโทรไปคอยอัปเดต คอย Follow up กับบริษัทที่เราหมายตาไว้ รวมไปถึงการไป Volunteer บ่อยๆ ด้วย

 

อ้อ การออกไป Volunteer ถือเป็นหนึ่งสิ่งสำคัญที่จะเพิ่มเปอร์เซ็นต์การถูกจ้างงานมากในแคนาดาเลยล่ะค่ะ เรียกได้ว่าคน Canadian ให้ความสำคัญกับการออกไปทำกิจกรรมจิตอาสามาก เพราะจากที่ดรีมเคยไปสัมภาษณ์มา พูดเลยว่าทุกที่ถามว่าเคยไป Volunteer มาบ้างไหม ซึ่งการหากิจกรรมพวกนี้ทำก็ไม่ยากเลย เพราะในบอร์ดโรงเรียนมักจะมีกิจกรรมพวกนี้มาอัปเดตเรื่อยๆ หรือมีเว็บไซต์ที่เป็นแหล่งค้นหาโดยเฉพาะเลย

 

และนี่ก็เป็นเรื่องราวคร่าวๆ เกี่ยวกับประสบการณ์การไป Work and Study ที่แคนาดา ผ่านหลักสูตร CO-OP Program 1 ปีของดรีมเองค่ะ ถ้าใครอ่านจบมาถึงตรงนี้แล้วเกิดสนใจก็สามารถติดต่อสอบถามพี่ๆ Myadmissions ได้เลย เพราะพี่ๆ ให้ความช่วยเหลือดีมากกกกกกกกกก (กอ ไก่ แปดแสนล้านตัวไปเลย)

 

สำหรับบทความนี้ก็น่าจะจบตรงนี้แหละเนอะ 555 สวัสดี และขอบคุณค่า

 

สนใจ Work and Study ที่แคนาดา คลิก ขอคำปรึกษาฟรี! กับพี่ ๆ Myadmissions ได้เลยค่ะ

โดย น้องดรีม

นักเรียนหลักสูตร CO-OP จาก ILSC Canada​

Free Consultation

ให้คำปรึกษา แนะนำ
และสมัครเรียนต่อต่างประเทศ

Free Services

บริการช่วยเหลือ
ด้านวีซ่า ที่พัก ตั๋วเครื่องบิน

Pre-departure

เตรียมตัวก่อนเดินทาง
ไปศึกษาต่อ

"Wecare"

เราพร้อมดูแล
ตลอดหลักสูตร

2nd Floor, Asoke Towers Building, 219/2 Sukhumvit 21 Rd., Klongtoey Nua, Wattana, Bangkok 10110 Thailand

Views: 5,128